ภาษีและการเงิน

โดนภาษีย้อนหลัง: สาเหตุ ค่าปรับ และสิ่งที่ต้องทำทันที

2026-06-178 นาทีโดย EA Business Accounting

ประเด็นสำคัญในบทความนี้

  • กรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้สูงสุด 5 ปี (กรณีทั่วไป) หรือ 10 ปี (กรณีหลีกเลี่ยงภาษี)
  • เบี้ยปรับภาษีที่ขาดสูงสุด 100–200% ของภาษีที่ขาด บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
  • สาเหตุหลักที่ถูกตรวจสอบ: รายได้ไม่ตรงกับ Statement ธนาคาร, ค่าใช้จ่ายสูงผิดปกติ, ไม่ยื่น VAT
  • การยื่นปรับปรุงแบบ (แก้ไขด้วยตัวเอง) ก่อนถูกเรียกตรวจ ลดค่าปรับได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • เมื่อถูกแจ้งตรวจสอบ ห้ามดำเนินการใดๆ กับเอกสารบัญชีก่อนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

โดนภาษีย้อนหลัง คือสถานการณ์ที่กรมสรรพากรตรวจพบว่าธุรกิจยื่นภาษีไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนในปีที่ผ่านมา และออกหนังสือเรียกเก็บภาษีส่วนที่ขาดพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากอยู่ในสถานการณ์นี้หรือกังวลว่าอาจถูกตรวจสอบ บทความนี้อธิบายสาเหตุ ระยะเวลาที่ย้อนหลังได้ ค่าปรับ และขั้นตอนที่ควรทำทันที

ทำไมถึงโดนภาษีย้อนหลัง?

กรมสรรพากรคัดเลือกธุรกิจเข้ารับการตรวจสอบจากสัญญาณเสี่ยงหลายอย่าง:

  • รายได้ไม่ตรงกับยอด Statement ธนาคาร — ยอดเงินเข้าบัญชีสูงกว่ารายได้ที่แจ้งในแบบภาษีอย่างมีนัยสำคัญ
  • ค่าใช้จ่ายสูงผิดปกติเทียบกับรายได้ — สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
  • ไม่ยื่น VAT หรือยื่นยอดศูนย์ต่อเนื่องหลายเดือน ทั้งที่มีธุรกรรมจริง
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ผู้อื่นแจ้งไม่ตรงกับรายได้ที่บริษัทแจ้ง
  • ถูกแจ้งเบาะแสหรือมีข้อร้องเรียน จากคู่ค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • ธุรกิจที่มีรายได้จากออนไลน์หรือ e-Commerce ซึ่งสรรพากรตรวจสอบเข้มงวดในช่วงปีที่ผ่านมา

กรมสรรพากรย้อนหลังได้กี่ปี?

สถานการณ์ ระยะเวลาย้อนหลัง
ยื่นแบบแล้ว แต่ยื่นผิดหรือขาด 5 ปีนับจากวันยื่นแบบ
ไม่ยื่นแบบเลย 10 ปีนับจากวันที่ต้องยื่น
มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี 10 ปี (และอาจมีโทษอาญา)

ปีภาษีที่เสี่ยงมากที่สุดคือปีล่าสุด 2–3 ปี เพราะสรรพากรมีข้อมูลครบที่สุด

ค่าปรับและเบี้ยปรับที่ต้องชำระ

เมื่อถูกประเมินภาษีย้อนหลัง ยอดที่ต้องชำระประกอบด้วย:

1. ภาษีที่ขาด — ส่วนต่างระหว่างที่ควรเสียกับที่เสียไปจริง

2. เบี้ยปรับ (คิดจากภาษีที่ขาด):

  • 100% — กรณียื่นแบบแล้วแต่ยื่นผิด
  • 200% — กรณีไม่ยื่นแบบเลย
  • ลดเหลือ 20% — หากยื่นปรับปรุงแบบเองก่อนได้รับหมายเรียก

3. เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ นับจากวันพ้นกำหนดถึงวันชำระจริง

ตัวอย่าง: ภาษีขาด 100,000 บาท ค้างมา 3 ปี

  • เบี้ยปรับ 100,000 บาท (100%)
  • เงินเพิ่ม 54,000 บาท (1.5% × 36 เดือน)
  • รวมที่ต้องชำระ: ~254,000 บาท

สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อได้รับหมายเรียกหรือถูกแจ้ง

ห้ามทำ:

  • แก้ไข ลบ หรือทำลายเอกสารบัญชีใดๆ (ผิดกฎหมาย)
  • ให้ข้อมูลกับสรรพากรโดยไม่มีที่ปรึกษาเตรียมก่อน
  • ชำระเงินทันทีโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องของการประเมิน

ควรทำ:

  1. รวบรวมเอกสารทั้งหมด: งบการเงิน Statement ธนาคาร ใบกำกับภาษี ทะเบียนรายรับ-จ่าย
  2. ตรวจสอบว่าการประเมินของสรรพากรถูกต้องหรือมีข้อโต้แย้งได้
  3. ปรึกษาสำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนนัดพบสรรพากร
  4. หากมีข้อโต้แย้ง ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนด (30 วันนับจากวันรับแจ้ง)

ยื่นปรับปรุงแบบก่อนถูกตรวจ ลดค่าปรับได้มากแค่ไหน?

หากสงสัยว่าเคยยื่นภาษีไม่ถูกต้อง การยื่นปรับปรุงแบบ (แก้ไขด้วยตัวเอง) ก่อนได้รับหมายเรียกจากสรรพากร:

  • เบี้ยปรับลดเหลือ 20% (จาก 100–200%)
  • แสดงเจตนาสุจริตต่อสรรพากร ซึ่งช่วยในการเจรจาต่อรอง
  • หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเข้าข่ายความผิดทางอาญา

ป้องกันการถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้อย่างไร?

  • จัดทำบัญชีรายเดือนให้ถูกต้องและครบถ้วน ตามมาตรฐาน
  • ยอดรายได้ในบัญชีต้องตรงกับ Statement ธนาคาร ทุกงวด
  • เก็บเอกสารหลักฐานทุกรายการ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และสัญญา
  • ยื่นภาษีตรงเวลาทุกประเภท แม้เดือนที่ไม่มีรายได้
  • ตรวจสอบความถูกต้องของแบบภาษีกับสำนักงานบัญชีทุกปี ก่อนปิดรอบบัญชี

แหล่งอ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 19–20 ว่าด้วยอำนาจเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง | กรมสรรพากร: แนวทางการยื่นปรับปรุงแบบ | พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 17 ว่าด้วยระยะเวลาเก็บเอกสาร

หากธุรกิจของคุณมีรายการที่ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือมีช่วงที่ยื่นภาษีขาดไป การปรึกษาและตรวจสอบก่อนถูกเรียกตรวจสอบเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการรอ ทีมงาน EA Business พร้อมประเมินสถานการณ์ภาษีของธุรกิจคุณเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และช่วยพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมก่อนดำเนินการใดๆ

ปรึกษาฟรี · ไม่มีข้อผูกมัด

อ่านแล้วยังสงสัย?
ทีมเราช่วยได้เลย

  • ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
  • ทีมงานประสบการณ์กว่า 18 ปี
  • ตอบกลับทุกวันทำการ

18+

ปีประสบการณ์

8

อุตสาหกรรม

ฟรี

ทุกการปรึกษา

Line: @ekawtbh098-261-9988