ภาษีนิติบุคคล คือภาษีที่กรมสรรพากรจัดเก็บจากกำไรสุทธิของบริษัทจำกัดและนิติบุคคลทุกประเภทในประเทศไทย ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ถ้าบริษัทมีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในรอบบัญชี กำไรส่วนนั้นต้องเสียภาษีให้รัฐ
บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่เจ้าของบริษัทควรรู้ ตั้งแต่ภาษีนิติบุคคลมีอะไรบ้าง คิดยังไง อัตราปี 2568–2569 ต่างจากบุคคลธรรมดาอย่างไร และยื่นเมื่อไหร่
ภาษีนิติบุคคลมีอะไรบ้าง?
ภาษีนิติบุคคลไม่ได้หมายถึงภาษีตัวเดียว แต่ครอบคลุมหน้าที่ภาษีหลายประเภทที่บริษัทต้องรับผิดชอบ:
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) ภาษีหลักที่คนส่วนใหญ่รู้จัก จัดเก็บจากกำไรสุทธิของบริษัท ยื่นผ่าน ภ.ง.ด.50 (รายปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี)
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย เมื่อบริษัทจ่ายเงินค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างให้บุคคลหรือบริษัทอื่น ต้องหักภาษีไว้ก่อนและนำส่งสรรพากรผ่าน ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) บริษัทที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ VAT จะไม่ใช่ภาษีนิติบุคคลโดยตรง แต่เป็นหน้าที่ภาษีที่ดำเนินไปพร้อมกัน
4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับกิจการบางประเภท เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขายภายใน 5 ปี อาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน VAT
5. ภาษีเงินปันผล เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น บริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และนำส่งสรรพากรในฐานะตัวแทน
ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีนิติบุคคล?
บริษัทและนิติบุคคลต่อไปนี้มีหน้าที่เสียภาษีนิติบุคคล:
- บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน
- กิจการร่วมค้า (Joint Venture)
- มูลนิธิและสมาคม ที่มีรายได้บางประเภท
- บริษัทต่างประเทศ ที่มีสาขาหรือดำเนินธุรกิจในไทย
บุคคลธรรมดา เจ้าของคนเดียว หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่ เสียภาษีนิติบุคคล แต่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแทน
อัตราภาษีนิติบุคคล 2568–2569
อัตราภาษีนิติบุคคลในปี 2568 และ 2569 ยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
บริษัททั่วไป
อัตราภาษีมาตรฐานอยู่ที่ 20% ของกำไรสุทธิ ทุกบาท
SME — อัตราพิเศษขั้นบันได
บริษัทที่เข้าเกณฑ์ SME ได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันได:
| กำไรสุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 300,000 บาท | 0% |
| 300,001 – 3,000,000 บาท | 15% |
| มากกว่า 3,000,000 บาท | 20% |
เงื่อนไขที่ต้องครบทั้งสองข้อ:
- ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี
- รายได้รวมทุกประเภทไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อรอบบัญชี
ภาษีนิติบุคคล คิดยังไง?
วิธีคิดภาษีนิติบุคคลทำได้ 3 ขั้นตอน:
ขั้นที่ 1: หากำไรสุทธิทางภาษี
กำไรสุทธิทางภาษี = รายได้รวมทั้งปี − ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายยอมรับ
กำไรในงบบัญชีกับกำไรสุทธิทางภาษีมักไม่เท่ากัน เพราะมีรายจ่ายบางรายการที่บันทึกในบัญชีแต่กฎหมายไม่ยอมให้หักภาษี (รายจ่ายต้องห้าม มาตรา 65 ตรี) ต้องบวกกลับก่อนคำนวณ
ขั้นที่ 2: นำกำไรสุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตรา
สำหรับ SME ใช้อัตราขั้นบันได สำหรับบริษัททั่วไปใช้ 20% ตัวเลขที่ได้คือภาษีที่ต้องชำระทั้งปี
ขั้นที่ 3: หักเครดิตภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว
ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม = ภาษีที่คำนวณได้ − ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย − ภาษีที่ชำระตอน ภ.ง.ด.51
ถ้าผลลัพธ์เป็นลบ แปลว่าชำระเกินและมีสิทธิ์ขอคืน
ตัวอย่างที่ 1 — SME กำไร 1,000,000 บาท
| ขั้น | คำนวณ | จำนวน |
|---|---|---|
| กำไรสุทธิทางภาษี | 1,000,000 บาท | |
| ภาษี 0% (300,000 แรก) | 300,000 × 0% | 0 บาท |
| ภาษี 15% (ส่วนที่เหลือ) | 700,000 × 15% | 105,000 บาท |
| รวมภาษีทั้งปี | 105,000 บาท |
เทียบกับอัตราปกติ 20%: 1,000,000 × 20% = 200,000 บาท — SME ประหยัดได้ 95,000 บาท
ตัวอย่างที่ 2 — บริษัททั่วไป กำไร 5,000,000 บาท
| ขั้น | คำนวณ | จำนวน |
|---|---|---|
| กำไรสุทธิทางภาษี | 5,000,000 บาท | |
| ภาษี 20% | 5,000,000 × 20% | 1,000,000 บาท |
| หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย | −150,000 บาท | |
| หักภาษีที่จ่ายตอน ภ.ง.ด.51 | −400,000 บาท | |
| ภาษีที่ต้องชำระเพิ่มตอน ภ.ง.ด.50 | 450,000 บาท |
ภาษีนิติบุคคล vs ภาษีบุคคลธรรมดา — ต่างกันอย่างไร?
คำถามที่เจ้าของกิจการใหม่สงสัยเสมอคือ "ถ้าเปิดบริษัทแล้วต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?" คำตอบคือ ทั้งสองระบบทำงานแยกกัน
| เรื่อง | ภาษีนิติบุคคล | ภาษีบุคคลธรรมดา |
|---|---|---|
| ใครเสีย | บริษัท/นิติบุคคล | เจ้าของ/กรรมการในฐานะบุคคล |
| ฐานภาษี | กำไรสุทธิของบริษัท | เงินได้ส่วนตัว (เงินเดือน เงินปันผล) |
| อัตราภาษี | คงที่ 20% (หรือขั้นบันได SME) | ก้าวหน้า 0%–35% |
| แบบยื่น | ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51 | ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 |
| กำหนดยื่น | 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี | มีนาคมของทุกปี |
| ค่าลดหย่อน | ค่าใช้จ่ายตามจริง (มาตรา 65) | ค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกัน กองทุน |
สิ่งที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ:
เมื่อบริษัทมีกำไร บริษัทเสียภาษีนิติบุคคล 20% ก่อน หากต้องการนำเงินออกมาใช้ส่วนตัว ทำได้ 2 ทาง:
- รับเงินเดือน — บริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย ลดกำไร แต่กรรมการต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาจากเงินเดือน
- รับเงินปันผล — จ่ายจากกำไรหลังภาษีแล้ว บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ก่อนจ่าย
ไม่มีทางเลือกไหน "ดีกว่า" เสมอไป ขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้รวมของแต่ละบุคคล
กำหนดยื่นภาษีนิติบุคคล
บริษัทต้องยื่นแบบภาษีนิติบุคคล 2 ครั้ง ต่อรอบบัญชี:
ภ.ง.ด.51 — ครึ่งปีแรก
ยื่นประมาณการกำไรและชำระภาษีครึ่งหนึ่งก่อนล่วงหน้า
| รอบบัญชีสิ้นสุด | กำหนดยื่น ภ.ง.ด.51 |
|---|---|
| 31 ธันวาคม | 31 สิงหาคม ของปีนั้น |
| 31 มีนาคม | 30 พฤศจิกายน ของปีนั้น |
ถ้าประมาณการกำไรต่ำกว่าความเป็นจริงเกิน 25% มีเบี้ยปรับ 20% ของภาษีที่ขาด ต้องระมัดระวังการประมาณการ
ภ.ง.ด.50 — ประจำปี
ยื่นภาษีสุดท้ายหลังรู้กำไรจริงทั้งปี
| รอบบัญชีสิ้นสุด | กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 |
|---|---|
| 31 ธันวาคม | 30 พฤษภาคม ของปีถัดไป |
| 31 มีนาคม | 31 สิงหาคม ของปีนั้น |
ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรได้รับเวลาเพิ่มอีก 8 วัน
กำไรสุทธิทางภาษีคำนวณอย่างไร?
กำไรในงบบัญชี ≠ กำไรสุทธิทางภาษีเสมอไป เพราะมีรายการปรับปรุงตามกฎหมาย:
ค่าใช้จ่ายที่หักได้
- เงินเดือนและค่าแรงพนักงาน (ต้องมีหลักฐานการจ่ายจริง)
- ค่าเช่าสถานประกอบการ
- ต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ
- ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน (ตามอัตราที่กำหนด)
- ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อกิจการ
- ค่าโฆษณาและการตลาด
- เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง)
ค่าใช้จ่ายต้องห้าม (มาตรา 65 ตรี)
| รายการ | เหตุผลที่หักไม่ได้ |
|---|---|
| รายจ่ายส่วนตัวกรรมการ | ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อกิจการ |
| ค่าปรับและเบี้ยปรับ | เป็นโทษทางกฎหมาย |
| ของขวัญและสังสรรค์เกินจริง | ต้องมีหลักฐานและเหตุผลทางธุรกิจ |
| รายจ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษี | ขาดหลักฐาน |
| เงินสำรองที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง | ยังไม่เป็นรายจ่ายสำเร็จ |
รอบบัญชีกับปีภาษี — ต่างกันอย่างไร?
สิ่งที่เจ้าของบริษัทใหม่มักสับสนคือ "รอบบัญชี" กับ "ปีภาษี" ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
รอบบัญชี คือช่วง 12 เดือนที่บริษัทกำหนดเองตอนจดทะเบียน ส่วนใหญ่บริษัทไทยเลือก 1 มกราคม — 31 ธันวาคม แต่กฎหมายอนุญาตให้เลือกช่วงอื่นได้ เช่น 1 เมษายน — 31 มีนาคม
รอบบัญชีแรก อาจสั้นกว่า 12 เดือน เช่น จดทะเบียนวันที่ 15 สิงหาคม และเลือกปิดบัญชี 31 ธันวาคม รอบแรกจะมีระยะเวลาเพียง 4.5 เดือนเท่านั้น แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ตามปกติ
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่น ภ.ง.ด.50
เอกสารทางบัญชี:
- งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) ณ วันสิ้นรอบบัญชี
- งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จตลอดรอบบัญชี
- งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน
เอกสารจากผู้สอบบัญชี:
- รายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ลงนามรับรอง
- งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
เอกสารบริษัท:
- สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 3 เดือน)
- รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงิน
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
บริษัทจำกัดต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติ และต้องอนุมัติภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี
ภาษีนิติบุคคลเกี่ยวข้องกับภาษีประเภทอื่นอย่างไร?
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
VAT ที่บริษัทเก็บจากลูกค้า ไม่ใช่รายได้ ของบริษัท และ VAT ที่บริษัทจ่ายให้ซัพพลายเออร์ ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย ทั้งสองรายการไม่กระทบกำไรสุทธิทางภาษีนิติบุคคล
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
เมื่อบริษัทถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยลูกค้า จำนวนที่ถูกหักจะเป็น เครดิตภาษี นำมาหักออกจากภาษีนิติบุคคลที่ต้องชำระได้ในแบบ ภ.ง.ด.50
ภาษีเงินปันผล
เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษีเงินได้ 10% โดยบริษัทต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งสรรพากร
ผลขาดทุนสะสม — ใช้ได้อย่างไร?
บริษัทที่ขาดทุนในรอบบัญชีใดสามารถยกผลขาดทุนนั้นไปหักกำไรในรอบบัญชีถัดๆ ไปได้ แต่มีเงื่อนไข:
- ยกได้ไม่เกิน 5 รอบบัญชี นับจากรอบบัญชีที่ขาดทุน
- ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ตรงเวลาในปีที่ขาดทุนเพื่อรักษาสิทธิ์
- ต้องแสดงในแบบ ภ.ง.ด.50 ทุกปีที่ต้องการใช้สิทธิ์
ตัวอย่าง: บริษัทขาดทุน 500,000 บาทในปี 2567 ปี 2568 มีกำไร 800,000 บาท สามารถยกผลขาดทุนมาหักได้ เหลือกำไรสุทธิทางภาษีเพียง 300,000 บาท ซึ่งอยู่ในช่วง 0% สำหรับ SME
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในภาษีนิติบุคคล
1. ประมาณการ ภ.ง.ด.51 ต่ำเกินจริง หลายบริษัทประมาณการกำไรครึ่งปีแรกต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ถ้าต่ำกว่า 75% ของกำไรจริง มีเบี้ยปรับ 20% ของส่วนที่ขาด
2. บันทึกรายได้ไม่ครบหรือล่าช้า รายได้ที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีต้องบันทึกในรอบนั้น (เกณฑ์คงค้าง) ไม่ใช่เมื่อได้รับเงิน
3. นำรายจ่ายต้องห้ามมาหัก รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษีจะถูกบวกกลับเมื่อถูกตรวจสอบ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
4. ลืมยื่น ภ.ง.ด.51 บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งมักไม่ทราบว่าต้องยื่นครึ่งปีด้วย ทำให้โดนเบี้ยปรับทันที แม้ท้ายปีจะชำระภาษีครบถ้วนก็ตาม
5. งบการเงินไม่ได้รับการตรวจสอบจาก CPA บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) รับรองงบการเงินก่อนยื่น DBD และแนบกับ ภ.ง.ด.50
6. เข้าใจผิดว่าบริษัทเล็กหรือไม่มีรายได้ไม่ต้องยื่น ทุกบริษัทจำกัดต้องยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ทุกรอบบัญชี แม้ไม่มีรายได้หรือขาดทุนก็ตาม
บทลงโทษถ้าไม่ยื่นหรือยื่นเกินกำหนด
| ความผิด | โทษ |
|---|---|
| ยื่นเกินกำหนด | เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน |
| ไม่ยื่นแบบ | เบี้ยปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน + โทษอาญา |
| ประมาณการ ภ.ง.ด.51 ต่ำเกิน 25% | เบี้ยปรับ 20% ของภาษีที่ขาด |
| แสดงรายได้ต่ำกว่าความจริง | เบี้ยปรับ 1–2 เท่า + เงินเพิ่ม + คดีอาญา |
เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนสะสมเร็วมาก — ภาษีค้างจ่าย 100,000 บาท นาน 1 ปี มีเงินเพิ่มอีก 18,000 บาท โดยไม่รวมเบี้ยปรับ
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการบริหารภาษีนิติบุคคล
สิ่งเหล่านี้คือข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เจ้าของบริษัทควรเข้าใจ:
1. ค่าใช้จ่ายที่มีหลักฐานครบถ้วนหักได้ตามกฎหมาย ประมวลรัษฎากรกำหนดให้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อกิจการและมีใบกำกับภาษีถูกต้องนำมาหักออกจากรายได้ก่อนคำนวณภาษีได้ การบันทึกบัญชีที่ครบถ้วนจึงสำคัญมาก
2. เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายได้ ตามมาตรา 65 ตรี (2) เงินสมทบของบริษัทเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสูงสุด 15% ของค่าจ้างพนักงาน ถือเป็นรายจ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
3. ค่าเสื่อมราคามีอัตราที่กฎหมายกำหนด กฎกระทรวงฉบับที่ 186 กำหนดอายุการใช้งานและอัตราค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินแต่ละประเภทไว้ชัดเจน การตัดค่าเสื่อมตามอัตราที่กำหนดเป็นสิทธิ์ที่บริษัทพึงใช้
4. เงินเดือนกรรมการกับเงินปันผลมีสถานะภาษีต่างกัน เงินเดือนกรรมการที่สมเหตุสมผลจัดเป็นรายจ่ายของบริษัท ส่วนเงินปันผลจ่ายจากกำไรหลังภาษีแล้ว ความแตกต่างนี้มีผลต่อฐานภาษีของบริษัทโดยตรง
5. เกณฑ์ SME กำหนดไว้ในกฎหมาย อัตราภาษีขั้นบันได 0%–15%–20% ใช้ได้เฉพาะบริษัทที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท เป็นเกณฑ์ตามกฎหมายที่ต้องตรวจสอบทุกรอบบัญชี
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นความรู้ทั่วไปตามกฎหมายภาษีที่บังคับใช้ในปัจจุบัน การนำไปใช้จริงขึ้นอยู่กับโครงสร้างและสถานการณ์ของแต่ละบริษัท ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อคำแนะนำที่เหมาะสม
คำถามที่เจ้าของบริษัทควรถามนักบัญชี
- "รอบบัญชีของเราปิดวันไหน และกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 คือวันที่เท่าไหร่?"
- "ปีนี้เราน่าจะมีกำไรประมาณเท่าไหร่ และต้องชำระภาษีตอน ภ.ง.ด.51 เท่าไหร่?"
- "มีรายจ่ายรายการไหนที่เราบันทึกอยู่แต่หักภาษีไม่ได้บ้าง?"
- "งบการเงินของเราจะเสร็จและ CPA รับรองได้ทันก่อนกำหนดยื่น DBD ไหม?"
- "ถ้าปีนี้ขาดทุน เราสามารถยกผลขาดทุนไปปีหน้าได้ไหม และต้องทำอะไรบ้าง?"
แหล่งอ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 65–76 | กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้นิติบุคคล | e-Filing กรมสรรพากร
มีคำถามเกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลของธุรกิจคุณ? ติดต่อทีม EA Business เพื่อปรึกษาฟรี ทีมงานประสบการณ์กว่า 18 ปียินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำเบื้องต้น